สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ

สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อตั้งโดย แอนนา คอนเนลล์ และ ผู้ดูแลโบสถ์เซนต์มากส์ อีก 2 คน ในปี พ.ศ.2423

ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีสโมสรแห่งนี้ใช้ชื่อว่า เซนต์มากส์ ตามชื่อโบสถ์ ที่ตั้งอยู่ใน ตำบลกอร์ตัน ทางตะวันออก ของเมืองแมนเชสเตอร์ ต่อมาได้มีการย้ายที่ตั้งของสนาม ไปอยู่ที่ ย่านไฮด์ โรด ในเมืองอาร์ดวิก นั่นทำให้สโมสรเปลี่ยนชื่อทีมเป็น อาร์ดวิกเอเอฟซี ตามชื่อเมือง และในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง ฟุตบอลลีกอังกฤษ อาร์ดวิกเอเอฟซี จึงได้เข้าร่วมแข่งขันในระดับดิวิชั่น 2 เมื่อปี พ.ศ.2435

แต่หลังจากนั้นแค่เพียงปีเดียว ทีมอาร์ดวิกเอเอฟซี ต้องประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก จนทีมจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารทีมภายในทั้งหมด ซึ่งรวมไปถึงการเปลี่ยนชื่อทีมอีกครั้งเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ และทีมได้ใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน ภายใต้นาม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ ทีมได้ทำผลงานอย่างมากมาย

โดยทีมนี้ได้เริ่มฉายแสงในปี พ.ศ.2442 ด้วยการคว้าแชมป์ ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 ของอังกฤษ ส่งผลให้ทีมเลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ถือเป็นการยกระดับทีมครั้งใหญ่ และใน 5 ปีต่อมา ช่วงฤดูกาล 2446-2447 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ

สร้างผลงานชิ้นโบว์แดงอีกครั้งด้วยการคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ มาครองได้สำเร็จ ในนัดชิงชนะเลิศ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ เอาชนะ โบลตัน ขาใหญ่ของเกาะอังกฤษ ด้วยสกอร์ 1-0 พร้อมขึ้นรับถ้วยและจารึกชื่อลงเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ ในวันที่ 23 เมษายน พ.ศ.2447 เวลาล่วงเลยผ่านไป

ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ ก็ทำผลงานได้ดีขึ้นตามลำดับ แต่ก็มีเหตุให้ต้องสะดุด เมื่อปี พ.ศ.2463

เกิดเหตุเพลิงไหม้ สนามไฮด์ โรด สนามเหย้าดั้งเดิมของ ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ ส่งผลให้สนามเสียหายอย่างมาก ทางทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ จำเป็นต้องย้ายสนาเหย้าไปเป็น  สนามเมนโรด แทน ในปี พ.ศ.2466 และทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ ก็ได้ใช้สนามนี้เป็นสนามเหย้าเรื่อยมาตลอดเป็นระยะเวลานานถึง 80 ปี

พร้อมกับทีมที่ทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง เติบโตขึ้นเป็นสโมสรระดับชั้นนำของฟุตบอลลีกอังกฤษ จนกระทั้งในปี พ.ศ.2546 ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ ได้มีการย้ายสนามเหย้าอีกครั้งไปเป็นสนาม เอติฮัดสเตเดี้ยม ที่ทันสมัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แถมยังสมารถรองรับแฟนบอลได้ถึง 48,000 ที่นั่ง

 

ที่มาของบทความ แทงมวยสด

เอเอฟซี ยกให้ แข้งดังที่เคยผ่านเวที ยู 23 เอเชียมีชื่อ ชนาธิปติดด้วย

เอเอฟซี ยกให้ 7 นักเตะ ผลผลิตจากเวที ยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย

ที่ก้าวไปเป็นเจิดจรัสเป็นซุปเปอร์สตาร์แห่งเอเชีย เมสซี่เจ  ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติไทย ติดด้วย เช่นเดียวกับ โชยะ นากาจิมะ กองกลางทีมชาติญี่ปุ่นของเอฟซี ปอร์โต้ ที่นักนักเตะที่ดีมาเมื่อปี2016 ส่วนแข้งที่ญี่ปุ่นว่าที่นักเตะใหม่ ลิเวอร์พูลนั้นก็มีชื่อติดอยู่ด้วย 

สหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ออกมาตีข่าว 7 นักเตะที่เคยเป็นผลผลิตลงแข่งขัน 

เอเอฟซี ยู 23 แชมป์เปี้ยนส์ชิพก่อนที่จะก้าวขึ้นติดทีมชาติ ชุดใหญ่และกลายเป็นแข้งซุปเปอร์สตาร์ของเอเชียในปัจจุบันมีดังต่อไปนี้ 

             โชยะ นากาจิมะ  เป็นกองกลางทีมชาติญี่ปุ่นวัย 25 ปี ปัจจุบัน ค้าแข้งอยู่กับเอฟซีปอร์โต้  ในลีกสูงสุดของประเทศโปรตุเกสโดยเขาสร้างชื่อในรายการยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย2014 ที่โอมานเป็นเจ้าภาพพาทีชาติญี่ปุ่นเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย และยิงไป 3 ประตู ซึ่งเราสามารถพาทีมชาติญี่ปุ่นก้าวไปเป็นแชมป์ได้สำเร็จอีกทั้งยังช่วยให้ทีมผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลชายโอลิมปิก 2016 ที่ประเทศบราซิลได้อีก 

               อัลโมซ  อาลี กองหน้าทีมชาติกาตาร์ด้วยวัย 23 ปี ผ่านการลงเล่นในเวทียู 23 ชิงแชมป์ เอเชียมาแล้ว 2 ครั้งในปี 2016  ที่กาตาร์และปี 2018 ที่จีน 2018 เขาเลยกลายเป็นดาวซัลโวประจำทัวร์นาเม้นหลังที่เขานั้นยิงประตูไป 6 ประตู ซึ่งหลังจากนั้นยังสามารถต่อยอดด้วยการพาทีมชาติกาตาร์ผงาดคว้าแชมป์เอเชียนคัพ  2019 ที่ยูเออีและยังได้คว้าตำแหน่งดาวซันโวด้วยการเตะไป 9 ประตู  

          ชนาธิป  สรงกระสินธ์   มิดฟิลด์ทีมชาติไทย  วัย 26 ปี ผ่านสมภูมิ ยู23 ชิงแชมป์เอเชียมา 1 ครั้ง ในปี 2016 ที่กาตาร์ถึงแม้ว่าจะพา ช้างศึก ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายแต่สุดท้ายในกลุ่มบีมีเพียง 2 แต้มเท่านั้น  เมสซีเจ ยังทำประตูได้ 1ประตูในเกมนัดสุดท้าย ของรอบในการแบ่งกลุ่มนั้นเสมอกับ เกาหลีเหนือ 2-2 โดยเพลย์เมรกเกอร์ซาวนครปฐมนั้นยังได้โชว์ผลงานอย่างต่อเนื่องก่อนที่ย้ายค้าแข้งกับ  คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ทีมดังในศึกเจลีก ที่ประเทศญี่ปุ่น 

          อลิเรซ่า  เบย์รันวานด์  ผู้รักษาประตูด้วย วัย 27 ปี ของทีมชาติอิหร่าน ผ่านการเฝ้าเสาในเวที ยู 23 ชิงแชป์เอเชีย 1 ครั้งในปี2014 ที่โอมาน และไม่สามารถที่พาทีมนั้นเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย หลังจบด้วยอันดับที่ 3 ของกลุ่มซีมีทั้งหมด 4 แต้ม แต่เขานั้นยังจะโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น จนกระทั่งขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ

 

 

เรื่องราวที่น่าสนใจเหล่านี้ได้นำมาจาก แทงบอลออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 100

Ronaldo ชื่อที่โลกฟุตบอลต้องจดจำเขาเอาไว้

คนที่เป็นแฟนบอลคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก Ronaldo (โรนัลดู ลูอีส นาซารีอู จี ลีมา)

หรือที่เรามักจะเรียกกันขำๆ ว่าเหยินใหญ่บ้าง โล้นทองคำมาก และนักเตะคนนี้แหละ ที่ทำให้โลกฟุตบอลรู้จักทั้งเขา และรู้จักความร้ายกาจของทีมชาติบราซิล

โดยโรนัลโด้ เข้าวงการฟุตบอลเมื่อปี 1993 เพียงแค่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพเพียงฤดูกาลแรก เขาก็เป็นที่จับตามองของสโมสรใหญ่ๆ ทั่วยุโรป ที่ต้องการดึงตัวเขาไปเล่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นบาร์เซโลน่า เอซีมิลาน เรอัลมาดริด เป็นต้น

 

เนื่องจากเห็นแววสุดยอดนักเตะ ของโรนัลโด้จากการลงเล่นเกมแรก กับสโมสรกรูเชย์รู

มีหนึ่งเกมที่เขาสามารถยิงได้ 12 ประตูคนเดียว จากการลงเล่นเพียงแค่นัดเดียว จากวันนั้นเส้นทางในการค้าแข้งนักฟุตบอลมืออาชีพของเขา ก็เริ่มมากขึ้น โรนัลโด้ ได้เข้าเป็เป็นส่วนหนึ่งของสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป และเขาเองก็เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญ ที่ช่วยให้ทีมได้แชมป์มากมาย

สำหรับการเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ โรนัลโด้ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เขาเป็นคนหนึ่งที่พาทีมชาติบราซิล ได้แชมป์ฟุตบอลโลกถึงสองสมัยซ้อน ในปี ค.ศ.1994 และปี 2002 จากการลงเล่น 97 นัด โรนัลด้าสามารถยิงประตูให้กับทีมชาติบราซิลไปได้ถึง 62 ประตู และยังเป็นนักเตะคนเดียว ที่สามารถทำประตูได้มากถึง 15 ประตูตลอดการเล่นฟุตบอลโลกด้วย 

 

ด้วยความสำเร็จขนาดนี้ทั้งในนามทีมชาติ และในนามของสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วโลก

โรนัลโด้ได้รับรางวัลมากมาย เช่นรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของยุโรปในปี ค.ศ.1997 และ ค.ศ.2002 รางวัลนักเตะอดเยี่ยมของโลก 3 สมัยซ้อนซึ่งยังไม่มีนักฟุตบอลคนไหนทำได้เหมือนโรนัลโด้

 

แต่ก็น่าเสียดายที่เขาแขวนสตั๊ดเร็วเกินไป เนื่องจากได้รับอาการบาดเจ็บบ่อย และแขวนสตั๊ดไปในปี 2011 เพราะสภาพร่างกายของเขาไม่ไหว แต่ก็ถือว่าโรนัลโด้ ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับลกฟุตบอลหลายอย่าง รวมถึงการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักฟุตบอล 100 คนที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลด้วย และเป็นนักฟุตบอลที่มีแฟนคลับอยู่ทั่วโลก

ประวัติบาสเกตบอล

บาสเกตบอล(Basketball) เป็นกีฬาประจำชาติอเมริกันถูกคิดค้นเพื่อต้องการช่วยเหลือบรรดาสมาชิก Y.M.C.A. ได้เล่นกีฬาในฤดูหนาว เนื่องจากในช่วงฤดูหนาวสภาพภูมิประเทศโดยทั่วๆไปถูกหิมะปกคลุม

อันเป็นอุปสรรคในการเล่น กีฬากลางแจ้ง เช่น อเมริกันฟุตบอล เบสบอล คณะกรรมสมาคม Y.M.C.A. ได้พยายามหาหนทางแก้ไขให้บรรดาสมาชิกทั้งหลายได้เล่นกีฬาในช่วงฤดูหนาว โดยไม่บังเกิดความเบื่อหน่าย ที่ไม่ได้ทำอะไรในช่วงเวลาฤดูหนาวนั้น

ในปีค.ศ.1891Dr.James A.Naismith ครูสอนพลศึกษาของ The international Y.M.C.A. training School อยู่ที่เมือง Springfield รับMassachusetts ได้รับมอบบหมายจาก Dr.Gulick ให้เป็นผู้คิดค้นการเล่นกีฬาในร่มที่เหมาะสมที่จะได้เล่นในช่วงฤดูหนาว Dr.James ได้พยายามคิดค้นดัดแปลงการเล่นกีฬาอเมริกันฟุตบอลและเบสบอลให้เข้าด้วยกัน

และให้มีการเลานที่เป็นทีม ในครั้งแรก Dr.james ได้ใช้ลูกฟุตบอลและตะกร้าเป็นอุปกรณ์สำหรับให้นักกีฬาเล่น เขาได้นำตะกร้าลูกพีชไปแขวนไว้ที่ฝาผนังของห้องพลศึกษา แล้วให้ผู้เล่นพยายามโยนลูกบอลลงในตะกร้านั้นให้ได้

โดยใช้เนื้อที่สนามสำหรับเล่นให้มีขนาดเล็กลง และแบ่งผู้เล่นออกเป็นข้างละ 7 คน ผลการทดลองครั้งแรกผู้เล่นได้รับความสนุกสนานตื่นเต้น แต่ขาดความเป็นระเบียบ มีการชนกัน ผลักกัน เตะกัน อันเป็นการเล่นด้วยกันที่รุนแรงจนเกินไป 

ในการทดลองนั้น ต่อมา Dr.James ได้ตัดการเล่นที่รุนแรงออกไป และได้ทำการวางกติกาห้ามผู้เล่นเข้าประทะถูกเนื้อต้องตัวกัน นับได้ว่าเป็นหลักเบื้องต้นของการเล่นบาสเกตบอล Dr.James จึงได้วางกติกาการเล่นบาสเกตบอลไว้เป็นหลักใหญ่ๆ 4 ข้อ ด้วยกัน คือ

1.ผู้เล่นที่ครอบครองลูกบอลอยู้นั้นจะต้องหยุดอยู่กับที่ ห้ามเคลื่อนที่ไปไหน

2.ประตูจะต้องอยู่เหนือศรีษะของผู้เล่น และอยู่ขนานกับพื้น

3.ผู้เล่นสามารถครอบครองบอลไว้นานเท่าใดก็ได้ โดยคู่ต่อสู้ไม่อาจเข้าไปถูกต้องตัวผู้เล่นที่คอรบครองบอลได้

4.ห้ามการเล่นที่รุนแรงต่างๆโดยเด็ดขาด ผู้เล่นทั้ง2 ฝ่ายจะต้องไม่กระทยกระแทกกัน 

เมื่อได้วางกติกาการเล่นขึ้นมาแล้วก็ได้นำไปทดลอง และพยายามปรับปรุงแก้ไขระเบียบดีขึ้น และได้ลดจำนวนผู้เล่นเพื่อหลีกเลี่ยงการประทะกัน จนในที่สุดได้กำหนดตัวผุ้เล่นให้เหลือฝั่งละ5คน ซึ่งเป็นจำนวนที่เหมาะสมกับขนาดสนาม