Skip to main content

เจอแล้วทางออกมีอะไรให้เกมในพรีเมียร์ลีกแข่งขันต่อได้จนจบ

     การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมีการประชุมกันมายาวนานว่าจะทำอย่างไรดีในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่านี้เพราะหากจะให้นักเตะลงแข่งในช่วงนี้ตัวเองน่าเตะติดเชื้อไวรัสโคโรน่ากันหมดทั้งสนามเพราะอย่างที่เรารู้กันดีว่าปัจจุบันนี้ประเทศอังกฤษเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าที่สูงเป็นอันดับต้นๆ

และหากเมื่อใดก็ตามที่มีการเปิดให้นักฟุตบอลลงไปแข่งขันฟุตบอลกันในสนามต้องมีแฟนบอลจำนวนหลายพันคนแห่พากันมาดูนักเตะที่ตัวเองชื่นชอบและนี่เองจะเป็นการเพาะพันธุ์เชื้อโรครวมถึงการแพร่กระจายเชื้อโรคไวรัสโคโรน่าได้เป็นอย่างดีที่สุดสินเชื่อเลยว่าหากมีการเปิดให้มีการแข่งขันฟุตบอลเมื่อไหร่บอลที่มาชมการแข่งขันฟุตบอลแบบติดขอบสนามหลังจากกลับบ้านแล้วก็อาจจะมีเป็นพันคนที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ดังนั้นทางสโมสรฟุตบอลถึงได้มีการหยุดการแข่งขันฟุตบอลกันทั่วคราวเพื่อตัดสินใจกันว่าฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนี้ซึ่งเหลืออีกไม่กี่นัดควรจะทำอย่างไรดี

โดยก่อนหน้านี้มีการประชุมปรึกษาหารือกันว่าจะยกความดีความชอบให้กับทีมลิเวอร์พูลให้รับรางวัลไปเลยเพราะเนื่องจากว่าหากนับคะแนนที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้แล้วต่อให้แข่งขันฟุตบอลแล้วทีมลิเวอร์พูลแพ้คะแนนก็ยังโด่งเป็นที่หนึ่งซึ่งนั่นก็ถือว่าขอให้แข็งแพ้ลิเวอร์พูลก็ยังได้เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกอยู่นั่นเองแต่ก็มีหลายเสียงมาคัดค้านว่ามันจะไม่สมสถานะของแชมป์หากได้แชมป์มั้งง่ายๆ

แบบนี้ดังนั้นปัจจุบันจึงยังมีการคิดหาวิธีการที่จะทำยังไงดีว่าจะสามารถแข่งขันต่อไปได้ซึ่งสุดท้ายแล้วผลสรุปก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจว่าจะมีการเปิดให้มีการแข่งขันจนกว่าจะจบซีซั่นแต่จะมีเงื่อนไขให้ทีมฟุตบอลแต่ละทีมได้ไปดำเนินการทำนั่นก็คือจะต้องไปหาโรงแรมของแต่ละทีมแล้วนำนักฟุตบอลไปกลับตัวอยู่ที่นั่นเป็นระยะเวลา 1 เดือน

ซึ่งเมื่อครบ 1 เดือนแล้วทุกคนจะต้องมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าและหากนักฟุตบอลคนไหนไม่พบการติดเชื้อก็จะสามารถลงแข่งขันในเกมพรีเมียร์ลีกได้โดยการแข่งขันในครั้งนั้นจะเป็นการแข่งขันให้เฉพาะนักฟุตบอลเข้าไปแข่งขันเท่านั้นแต่จะไม่เปิดให้ประชาชนเข้าไปชมการแข่งขันซึ่งวิธีการนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Coronaได้รวมถึงมีมาตรการที่จะให้แฟนบอลไม่ต้องอึดอัด

ที่ไม่ได้ดูฟุตบอลเพราะ จะมีการถ่ายทอดสดให้ดูกันที่บ้านแทนการเดินทางมาที่สนามแน่นอนว่าวิธีการนี้อาจจะตัดใจแฟนบอลไปสักนิดแต่ก็สามารถลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งได้ผลดีที่สุดและเป็นที่น่าพอใจกับทุกฝ่ายโดยคาดว่าหากทำตามขั้นตอนนี้จะสามารถเปิดให้มีการแข่งขันฟุตบอลได้ประมาณเดือนมิถุนายน 

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฟรี 100

5 สิ่งน่ารู้เกี่ยวกับ เฟเดริโก้ เคียซ่า 

 

เฟเดริโก้ เคียซ่า ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เชื่อว่า จาดอน ซานโช่ ไม่ใช่เป้าหมายในตำแหน่งปีกเพียงรายเดียวของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ หลังจากมีรายงานว่ากุนซือชาวนอร์เวย์ส่ง ไซม่อน เวลล์ส ไปดูฟอร์มของปีกทีมชาติอิตาลีในเกมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปได้ไม่น้อยที่พวกเขาจะยื่นข้อเสนอเข้าในซัมเมอร์นี้

 

  1. ยูไนเต็ดไม่ใช่สโมสรเดียวในสนใจเขา

    นอกจากยูไนเต็ดแล้ว มันยังมีหลายสโมสรทั่วยุโรปที่ให้ความสนใจอยากได้ลายเซ็นของดาวเตะวัย 21 ปีไปร่วมทีม โดยมี แมนฯ ซิตี้ ซึ่งตกเป็นข่าวเป็นผู้เชื่อมโยงตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา บาเยิร์น มิวนิค, เรอัล มาดริด, ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน ก็อยากได้ไปร่วมทีมเช่นกัน

 

  1. เขามีค่าตัวประมาณ 60 ล้านยูโร

    อุปสรรคอีกประการหนึ่งที่ขวางทางสโมสรที่สนใจในตัวเขาคือค่าตัวที่ ฟิออเรนติน่า ประเมินไว้ พวกเขาไม่คิดจะปล่อยแข้งคนสำคัญหากได้ข้อเสนอน้อยกว่า 60 ล้านยูโร แต่ระดับ ยูไนเต็ด แล้วเชื่อว่าค่าตัวประมาณคงไม่เป็นอุปสรรคนัก

 

  1. เขาเกือบจะทำให้บุฟฟ่อนต้องแขวนถุงมือ

 

บุฟฟ่อนเคยเล่นให้กับคุณพ่อของเคียซ่าอย่าง เอ็นริโก้ โดยผู้รักษาประตูจอมเก๋าชาวอิตาเลียนให้สัมภาษณ์กับ Eurosport ว่า “ตอนที่ผมได้เผชิญหน้ากับเขา (เฟเดริโก้ เคียซ่า) ในตอนแรกผมรู้สึกแปลก ๆ นะ มันเป็นครั้งแรกเลยที่ผมต้องดวลกับลูกชายของเพื่อนเก่าผม ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะแขวนถุงมือ” 

 

  1. เขาติดทีมชาติอิตาลีมาแล้วทุกชุด

    นับตั้งแต่ประเดิมสนามนัดแรกให้กับทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่เมื่อเดือนมีนาคม 2018 เคียซ่าลงเล่นไปแล้ว 11 นัด เขาเป็นหนึ่งในแข้งรุ่นใหม่ที่ช่วยให้ทัพอัซซูรี่ไปเล่นยูโร 2020 เขาผ่านประสบการณ์ในทุกชุดของทีมชาติทั้ง ยู-21, ยู-20 และ ยู-19 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

  1. ตำแหน่งที่ดีที่สุดของเขาคือปีกขวา


เคียซ่า เล่นปีกได้ทั้งสองข้าง และใช้เท้าซ้ายข้างที่ไม่ถนัดได้ค่อนข้างดีทีเดียว แต่ตำแหน่งที่ดีที่สุดของเขาคือปีกขวา นั่นเป็นตำหแน่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังพิจารณาอยู่ในเวลานี้ บางทีหากว่าพลาดเป้าหมายหลักอย่าง ซานโช่ ไปจริง ๆ พวกเขาน่าจะยกระดับความสนใจในตัว เคียซ่า มากขึ้น

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนเหล่านี้โดย  Gclub ดาวน์โหลด

กาลเวลาเปลี่ยน แต่ใจไม่เคยเปลี่ยน เชส ฟารเบกาส

นักเตะที่เก่งเกินวัย ที่มีนามว่า เชส ฟารเบกาส นักเตะทีมชาติสเปน ที่สมัยยังเด็กเป็นนักเตะฝึกหัดของทีมเจ้าบุญทุ่ม อย่าง

บาร์เซโลน่า แต่ด้วยทีมเจ้าบุญทุ่มที่มีนักเตะมากมายที่เป็นซุปเปอร์สตาร์ จึงทำให้เค้าทำได้เป็นแค่ตัวสำรอง ก่อนที่จะถูกยักษ์ใหญ่แห่งกรุงลอนดอน ปืนใหญ่อาร์เซนอล มาปลุกปั้นเมื่อตอนอายุสิบหกปี ก่อนที่จะกลายเป็นดาวรุ่งแห่งวงการฟุตบอล ใครจะเชื่อว่านักเตะคนนี้ได้กลายมาเป็นตัวหลักของทีมปืนใหญ่

และได้ขึ้นมาเป็นตัวแทนของ ปาทริก วิเอร่า ซึ่งถึงแม้สไตล์การเล่นของเค้าทั้งคู่จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะ อดีตกัปตันทีม อย่างปาทริก วิเอร่า คือกองกลางพันธุ์ดุ ที่พร้อมจะเข้าแลกกับคู่ต่อสู้ แต่สำหรับนักเตะคนนี้ คือกองกลางจอมเทคนิค ที่มีไหวพริบในการเข้าแย่งบอลจากคู่ต่อสู้ และจุดเด่นที่สำคัญของเค้าคือความชาญฉลาดในการทำเกม และเปิดบอลให้กับเพื่อนร่วมทีม จนเมื่อตลอดระยะเวลา ที่เค้าโดดเด่นและเป็นกำลังหลักของสโมสรนั้น คงไม่พ้นที่จะกลายเป็นเป้าหมายของยักษ์ใหญ่จากสโมสรทั่วยุโรป ซึ่งไม่นานเค้าก็ต้องย้ายกลับไปที่บาร์เซโลน่า

สถานที่ที่เค้าอยากจะกลับที่ที่เค้าต้องการพิสูจน์ แต่การย้ายครั้งนี้เหมือนเค้าจะคิดผิด เพราะในเวลานั้น เจ้าบุญทุ่มมีสองสุดยอดมิดฟิลด์ อย่างซาบี้ และอินเนียสต้า จนสุดท้ายเค้าต้องดิ้นรนกลับมาที่อังกฤษ แต่คราวนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป เค้าไม่ได้เลือกกลับมาที่อาร์เซนอล แต่กลับไปเลือกอยู่กับทีมคู่ปรับอย่างเชลซี

จนกลายเป็นที่ไม่พอใจของเหล่าสาวกปืนโต แต่มืออาชีพก็คือมืออาชีพ เค้าไม่ได้สนใจและยังคงเดินหน้าต่อพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและแชมป์อื่นๆ ให้กับทีมเชลซีอย่างมากมาย แต่ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน เพราะเมื่อหมดยุค มูรินโญ่ ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น เค้ากลายเป็นแค่อะไหล่สำรอง การเดินทางมันจึงเริ่มขึ้นอีกครั้งในอาชีพของนักเตะ เค้าจึงเดินทางย้ายออกและไปเล่นให้กับทีมอื่น และแล้ววันนั้นก็มาถึงตลอดระยะเวลาหกปีเต็มในสีเสื้อของสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ในแมทช์ที่เค้าอำลาสนาม ผู้ชมต่างลุกขึ้นยืนและตบมือให้กับชายอันเป็นที่รักของสโมสร

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเค้าได้ฝากความทรงจำดีๆ ให้กับแฟนบอล พร้อมชัยชนะอันมากมาย แต่วันนี้วันที่เค้าต้องเดินออกจากสโมสร เค้าก็ยังทำหน้าที่จนวันสุด ซึ่งในปัจจุบัน นักเตะคนนี้ก็ยังคงเล่นฟุตบอลในระดับอาชีพ ให้กับสโมสรโมนาโก ในฝรั่งเศส

 

‘โรนัลโด้’ทำสถิติยิง 10 นัดติดในเซเรียอา

‘โรนัลโด้’ทำสถิติยิง 10 นัดติดในเซเรียอาเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ยูเวนตุส 

 

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ของ ยูเวนตุส ทำสถิติใหม่ของสโมสรสำหรับการแข่งขันกัลโช่ เซเรีย อา ด้วยการเป็นนักเตะทัพท้าลายคนแรกที่ยิงได้ 10 นัดติดต่อกัน สำหรับเกมที่พวกเขาบุกไปพ่าย เฮลลาส เวโรน่า 2-1

 

ดาวเตะวัย 35 ปี เพิ่งฉลองวันเกิดครบอายุ 35 ปีได้ไม่นานยังคงสามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเป็นคนยิงประตูแรกในเกมตั้งแต่นาทีที่ 65 ซึ่งประตูดังกล่าวนี้เองที่ทำให้เขายิงติดต่อกันในลีกสูงสุดของอิตาลีเป็นนัดที่ 10 สถิตินี้ยังไม่เคยมีใครในทีมยูเว่ทำได้มาก่อน ซึ่งตอนนี้ โรนัลโด้ ยิงไปแล้ว 20 ประตูในกัลโช่ เซเรีย อา เป็นการทำลายสถิติเดิมของ ดาวิด เทรเซเกต์ อดีตหัวหอกทีมชาติฝรั่งเศสซึ่งเคยยิงได้ 9 นัด ติดต่อกันเมื่อปี 2005

 

ในเกมดังกล่าว โรนัลโด้ ยิงประตูขึ้นนำ 1-0 ให้กับทัพม้าลายไปก่อนในนาทีที่ 65 แต่ทว่าหลังจากนั้น เวโรน่า มาได้สองประตูรวดพลิกคว้าชัยได้จาก ฟาบิโอ บอรินี่ ในนาทีที่ 76 และ จามเปาโล ปาซซินี่ ในนาทีที่ 86 ส่งผลให้ทีมของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ อดคว้า 3 แต้มสำคัญไปอย่างน่าเสียดาย

สำหรับซีซั่นนี้แนวรุกทีมชาติโปรตุเกสทำไปแล้ว 20 ประตู จากการลงเล่นในลีก 20 นัด และถ้านับรวมทุกรายการแล้วดาวเตะวัย 35 ปี กระซวกตาข่ายไปแล้วทั้งสิ้น 24 ประตู จากการลงสนาม 29 นัด หลังจากเพิ่งทำประตูจากจุดโทษในเกมที่เสมอกับ เอซี มิลาน 1-1 ในศึกโคปปา อิตาเลีย รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

เมาริซิโอ ซาร์รี่ เชื่อว่า โรนัลโด้ ยังมีโอกาสที่จะคว้ารางวัลบัลลงดอร์สมัยที่ 6 มาครอบครอง และเมื่อไม่กี่วันก่อนเขาได้กลายเป็นผู้เล่นที่ยิงประตูให้กับทีมในอิตาลีได้ครบ 50 ประตู รวดเร็วที่สุดเป็นลำดับที่สองต่อจาก อังเดร เชฟเชนโก้ ที่ยิงให้ เอซี มิลาน ครบ 50 ตุงได้จาก 69 นัด โดยเขาใช้เวลาลงสนามไปทั้งสิ้น 70 นัดก่อนไปถึงจำนวนดังกล่าว

เผยสถิติสุดแย่’โรนัลโด้’ซัดฟรีคิกไม่เข้าสักลูกให้ยูเวนตุส

เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ลิโอเนล เมสซี่ อาจมีค่ำคืนที่ไม่น่าจดจำในนัดที่ บาร์เซโลน่า เสมอกับ นาโปลี 1-1 แต่ทว่า 24 ชั่วโมงต่อมา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็มีค่ำคืนที่น่าผิดหวังไม่ต่างกัน เนื่องจาก ยูเวนตุส ออกไปพ่ายให้กับ โอลิมปิก ลียง 1-0 

 

ในความเป็นจริงมันอาจจะแย่กว่าเดิมเพราะว่า ยูเวนตุส อาจจะตกรอบจากการแข่งขันได้เช่นกัน ทีมของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ หาโอกาสยิงตรงกรอบไม่ได้เลยสักครั้ง ในขณะที่ โรนัลโด้ ก็ไม่สามารถเพิ่มสถิติอันน่าทึ่งของเขาในรอบน็อคเอาท์ศึกแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยเช่นกัน

 

ตำนานของหัวหอกชาวโปรตุกีสยิงได้ถึง 65 ประตูจากการลงเล่นในรอบน็อคเอาต์ 79 แมตช์ นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้พยายาม แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาพยายามหนักมาก ๆ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรกโรนัลโด้ได้โอกาสยิงฟรีคิกจากระยะ 30 หลา แต่มันเป็นการยิงที่ย่ำแย่เมื่อเขาดันเตะไปชนกำแพงเข้าอย่างจัง


นั่นคือฟรีคิกครั้งที่ 38 ของโรนัลโด้แล้วที่ไม่สามารถเปลี่ยนให้มันเป็นประตูแก่ยูเวนตุส จากความพยายามทั้ง 38 ครั้งของเขา เป็นการยิงชนกำแพง 24 ครั้ง ถูกเซฟอีก 11 ครั้ง ยิงหลุดกรอบ 2 ครั้ง และอีก 1 ครั้งเป็นการยิงชนคาน แต่ทั้งหมดแล้วไม่สามารถซุกก้นตาข่ายได้เลยสักครั้ง


นั่นหมายความมันเป็นเวลามากกว่า 2 ปีแล้วที่เขายิงประตูจากฟรีคิกไม่ได้ ในความเป็นจริงเขายิงฟรีคิกเข้าตาข่ายไม่ได้มานับตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2017 แล้วในช่วงเวลาที่เขาค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด บางทีมันถึงเวลาที่เขาต้องเลี่ยงให้กับ มิราเลม เปียนิช แล้ว

ถ้าตัดเรื่องการยิงฟรีคิกแล้ว โรนัลโด้ มีผลงานที่ยอดเยี่ยมกับยูเวนตุสในฤดูกาลนี้ เขาทำได้ 21 ประตูจากการลงสนาม 21 นัดในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ซึ่งรวมถึง 16 ประตูจาก 11 นัดหลังสุด

 

การล้มเหลวในการทำประตูอเวย์โกล์อาจเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังของยูเวนตุส แต่คุณคงอาจจะได้เห็นผลงานระดับมาสเตอร์คลาสในเลกสองของโรนัลโด้แล้วช่วยพาทัพม้าลายเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศก็เป็นไปได้

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

ปืนใหญ่เปิดสนามซ้อมวันอังคารหลังอาร์เตต้าหายจากไวรัส

อาร์เตต้าอยู่ในเส้นทางของการรักษาโคโรน่าไวรัสมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว และคาดว่าเขากำลังจะหายดีในไม่ช้านี้ และทางสโมสรอาร์เซนอล เตรียมที่จะเปิดสนามซ้อมอีกครั้งแล้ว หลังจากที่มีการบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ทุกวัน

ผู้คนที่เกี่ยวข้องกับทีมอาร์เซนอล ทั้ง นักเตะชุดใหญ่และบรรดาสตาฟฟ์โค้ช รวมถึงผู้ที่กักตนเองอย่างมิเกล อาร์เตต้า ที่มีผลเลือดเป็นบวก ก็ได้กักตัวเองเรียบน้อยแล้ว และเตรียมที่จะมาคุมลูกทีมฝึกซ้อมในวันอังคารนี้แล้ว และดูเหมือนว่าพรีเมียร์ลีกจะเลื่อนเตะไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน โดยต้องการที่จะให้โปรแกรมการแข่งขันดำเนินต่อไป และจบให้เร็วที่สุด 

อาร์เตต้าที่ได้รับการยืนยันจากเพื่อนร่วมงาน เหมือนว่าเขาจะมีอาการที่ดีขึ้นแล้ว โดยมีข้อความแสดงความยินดีจากนักเตะ,ผู้อำนวยการสโมสรและสตาฟฟ์ทุกคนร่วมแสดงความยินดีด้วย ซึ่งเขาเป็นคนที่มีสปิริตสูงมาก และเราจะร่วมซ้อมกับเขาเป็นอย่างดี

ซึ่งมีการเปิดสนามซ้อมเล็ก ๆที่ลอนดอน โคลนี่ย์ที่ทีมฟุตบอลหญิงและทีมเยาวชนของพวกเขายังอยู่ที่บ้าน 

อาร์เซนอลให้คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยเหลือทุกคนในชุมชนอย่างเต็มที่ ที่อิสลิงตันถึงแม้ว่าจะเกิดการแพร่กระจายของไวรัสโคโรน่าแต่ว่า ก็มีการเปิดศูนย์เพื่อให้คำแนะนำการใช้ชีวิตของคนสูงอายุต่อไป และเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำงานประจำด้วย

แมนยูสัญญาว่าจะจ่ายเงินเดือนให้พนักงานกว่า 3,000 คนถึงแม้ว่าจะไม่มีเกมฟุตบอลแข่งขันหรือถึงแม้ว่าฟุตบอลจะเล่นในสนามปิด เขาก็ยังช่วยเหลือผู้คนนั่นเป็นสิ่งที่สโมสรตอบแทนให้กับเจ้าหน้าที่ของทีมที่ทำงานมาด้วยกัน ถึงแม้ว่ารายได้ของทีมจะลดลงก็ตาม

ขณะที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าการแข่งขันฟุตบอลในประเทศอังกฤษจะเลื่อนการแข่งขันกันต่อไป จนถึงวันที่ 30 เมษายน โดยมีการประกาศออกมาเมื่อวันพฤหัสที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการเห็นชอบร่วมกันในบรรดา 20 สโมสร ที่ต้องการให้สถานการณ์ไวรัสโคโรน่าได้หยุดยั้งลงไปก่อน เลยมีการประชุมด่วนกันระหว่าง 20 สโมสรในพรีเมียร์ลีก  

จากการเปิดเผยก็คือว่าทุกสโมสรในลีกไม่ต้องการให้การแข่งขันฟุตบอลต้องยกเลิกหรือว่าเป็นโมฆะแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ คาร์เรน เบรดี้ รองประธานสโมสรเวสต์แฮมได้ออกมากล่าวว่าอยากให้การแข่งขันเป็นโมฆะ แต่ว่าการแข่งขันฟุตบอลต่างๆ ยังมีทางเลือกเสมอ คือการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 จะถูกยกเลิกไปให้แข่งกลางปี 2021 แทน

จากการประชุมร่วมกันของ 55 ชาติในยูฟ่า กล่าวว่าเราต้องการให้สถานการณ์ไวรัส covid-19 เบาบางกว่านี้ และต้องการให้ฟุตบอลลีกในประเทศลงเล่นอย่างปลอดภัยจะดีกว่า

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

การตัดสินใจที่รวดเร็วของสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น

ขึ้นชื่อว่าญี่ปุ่น บอกได้คำเดียวว่าการบริหารชัดเจนเด็ดขาดและว่องไว จากตัวอย่างเรื่องของการแข่งขันฟุตบอลเจลีกปี 2020 นั้นที่โดนผลกระทบจากพิษไข้ไวรัสโควิด19 นั้น ซึ่งแต่ละประเทศของกำลังถกเถียงและแก้ปัญหาเรื่องนี้กันอยู่ และล่าสุดประเทศญี่ปุ่นก็เป็นประเทศแรกที่ได้มีการตัดสินใจชัดเจนว่า จะให้มีการตัดสินอย่างไรเกี่ยวกับเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น ได้ออกมาประกาศแล้วว่าในฤดูกาล 2020 นั้น ฟุตบอลเจลีก ของประเทศญี่ปุ่น จะไม่มีทีมตกชั้นลงไปเล่นในลีกสอง

แต่ทีมอันดับหนึ่งและสองของเจลีกสองนั้น และอันดับหนึ่งและสองของเจลีกสามจะได้สิทธิ์เลื่อนชั้นตามเดิม ซึ่งหมายความว่าปีหน้าฤดูกาลใหม่นี้ จะทำให้มีทีมฟุตบอลที่อยู่ในเจลีวันนั้น จำนวนรวมทั้งสิ้นยี่สิบทีมด้วยกัน โดยสื่อเจแปนไทม์ส ของญี่ปุ่นนั้น ได้รายงานว่าจากสถานการณ์ล่าสุดการแพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิด19 นั้น ทำให้ฟุตบอลเจลีก มีผลกระทบอย่างมากและต้องทำให้มีการแข่งขันที่เลื่อนออกไป เนื่องจากภาวะวิกฤตในประเทศญี่ปุ่น จึงทำให้สมาคมญี่ปุ่น รีบเร่งดำเนินการสรุปทางออกอย่างรวดเร็ว และเรียกผู้บริหารทีมทั้งห้าสิบหกสโมสรที่ลงทะเบียนไว้กับสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นนั้น เข้ามาหารือกัน ทั้งในส่วนของเจลีกวัน เจลีกทู และเจลีกที และหลังจากการประชุมนั้น จึงได้ข้อสรุปที่แน่นอนว่า ทางสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นนั้น

จะไม่มีการตัดสินให้ในฤดูกาลหน้ามีการตกชั้น และลีกสูงสุดจะเพิ่มขึ้นเป็นยี่สิบทีม ด้วยเหตุผลที่ทางประธานฟุตบอลสมาคมญี่ปุ่น แจ้งว่า มีอุปสรรคมากมายในฤดูกาลนี้ การแข่งขันจึงเกิดความไม่สมดุลขึ้น และไม่เป็นการยุติธรรมกับหลายๆฝ่าย แต่ทางสมาคมก็อยากให้ฟุตบอลของแต่ละสโมสรเดินหน้าต่อไป บางทีมต้องลงเตะกันแบบสนามปิด ซึ่งจะไม่มีคนดู หรือหากช่วงที่ทีมชาติญี่ปุ่น ต้องเดินทางไปเล่นและลงแข่งขันช่วงโอลิมปิกเกมส์ หรือเป็นช่วงโปรแกรมทีมชาติ บางสโมสรก็จะไม่มีผู้เล่นทีมชาติอีก นั่นทำให้ผู้จัดการทีมของแต่ละสโมสรนั้น

ต้องส่งนักเตะเยาวชนลงแข่งขันแทน เพราะผู้เล่นทีมชาติถูกกักตัว ซึ่งจากการตัดสินใจของนี้ของสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น ทำให้หลายๆประเทศที่มีการแข่งขันฟุตบอลลีกภายในประเทศตัวเอง ต่างให้ความยกย่องกับสมาคมญี่ปุ่น ที่ได้มีการจัดหาแนวทางและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและสามารถโน้มน้าวให้กับทีมฟุตบอลห้าสิบหกทีมที่มีการลงทะเบียนไว้ทั่วประเทศ เกิดความยอมรับในมติที่ประชุม ซึ่งหลายๆประเทศมองว่าควรจะนำไปเป็นแบบอย่าง เพื่อให้มีการตัดสินใจและหาข้อสรุปแต่ละประเทศให้เร็วขึ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากไม่มีขั้นต่ำ

แบโผ 4 นักเตะดังที่มีแววหลุดจากทัพสิงโตชุดลุยยูโร

การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว แต่แน่นอนว่ามันจะเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวสำหรับ แกเร็ธ เซาธ์เกต ที่ต้องเลือกนักเตะเข้ามาอยู่ในทีมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูจากเหล่าผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีกันหลายคนจนมีโอกาสที่แข้งหน้าเดิม ๆ ที่ติดทีมชาติจะหลุดจากทีมในทัวร์นาเม้นต์สำคัญหนนี้

  1. รอสส์ บาร์คลี่ย์ 

บาร์คลี่ย์ คือหนึ่งในนักเตะที่เป็นขาประจำสำหรับทีมชาติอังกฤษ เขาคือแข้งตัวหลักของเชลซีในยุคของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ แต่ทว่าโดนลดบทบาทลงในยุคของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซึ่งเขาเพิ่งจะได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีกเพียง 10 นัดเท่านั้นในซีซั่นนี้ และยังยิงประตูไม่ได้เลย
นั่นสั่นคลอนไปถึงสถานการณ์ในตำแหน่งทีมชาติอังกฤษทันที เพราะว่าเวลานี้เหล่ามิดฟิลด์สัญชาติอังกฤษหลายคนที่ยกระดับขึ้นมาอย่างเช่น แจ็ค กรีลิช ของแอสตัน วิลล่า และ เจมส์ แมดดิสัน ของเลสเตอร์ ซิตี้ โดยอีกเรื่องที่น่ากังวลสำหรับแข้งรายนี้ก็คือพฤติกรรมนอกสนามที่เขาอาจไม่เป็นที่ถูกใจของเหล่าบรรดาแฟนบอลและเซาธ์เกตเอง

  1. คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย

ฮัดสัน-โอดอย ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บจนไม่ได้ลงสนามเป็นเวลานาน แน่นอนว่านั่นเป็นการจำกัดโอกาสลงสนามของเขาเพียง 17 นัดเท่านั้นในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ และเขายังต้องรับบทบาทเป็นเพียงตัวสำรองหลีกทางให้กับ คริสเตียน พูลิซิช,  วิลเลี่ยน และ เมสัน เมาท์ อีกด้วย

เขามีประสบการณ์ในเวทีระดับชาติน้อย และนั่นคือปัจจัยที่ เซาธ์เกต อาจเมินเรียกไปลุยศึกยูโรก็เป็นได้ ยิ่งเทียบกับผลงานของตัวเลือกอื่น ๆ อย่าง จาดอน ซานโซ่, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แล้ว มันคงบ่งบอกได้ว่าเปอร์เซ็นต์ถูกเรียกกับเมินนั้นอันไหนสูงกว่ากัน

  1. แดนนี่ โรส

โรส ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บจนทำให้จำกัดโอกาสลงสนามกับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ พอหายเจ็บกลับมาแล้วเขาก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มให้ประทับใจ โจเซ่ มูรินโญ่ ได้ จนทำให้เขาถูกปล่อยไปให้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แบบยืมตัวแม้ว่านักเตะยังหวังที่จะได้เป็นตัวเลือกให้ทัพสิงโตคำรามก็ตาม

เบน ชิลเวลล์ คาดว่าจะเป็นตัวเลือกแรกของ เซาธ์เกต แต่ โรส จะต้องแข่งขันกับแบ็คซ้ายที่เหลืออย่าง ลุค ชอว์, อารอน เครสส์เวลล์ และ ไรอัน เบอร์ทรานด์ ที่มีลุ้นติดทัพด้วยกันทั้งหมด

  1. ไคล์ วอล์คเกอร์ 

วอล์คเกอร์ ถูกเมินโดย เซาธ์เกต ตลอดระยะหลัง และยังมีแววที่จะโดนเมินอีกครั้งในทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ซัมเมอร์นี้ แม้ว่าฟอร์มการเล่นของเขากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ได้แย่นักก็ตาม แต่เมื่อมองไปที่อ็อพชั่นแบ็คขวาของทีมชาติอังกฤษแล้วต้องบอกว่าเหนื่อยแทน

ในตำแหน่งนี้ เซาธ์เกต มีทั้ง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่คาดว่าจะเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง โดยมี คีแรน ทริปเปียร์, อารอน วาน-บิสซาก้า และ รีซ เจมส์ เป็นตัวสอดแทรก นั่นไม่แปลกใจเลยหาก วอล์คเกอร์ จะถูกเมินอีกครั้ง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  RELX Alpha

นักเตะโปรตุเกสของแมนยู

หากพูดชื่อนักเตะสัญชาติโปรตุเกส ที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังและเล่นให้กับผีแดงแมนยู คงหนีไม่พ้น ชื่อคริสติโน่ โรนัลโด้ 

จากนั้นนักเตะ อิมพอร์ตที่มาจากโปรตุเกสนั้น ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ซึ่งนักเตะสัญชาตินี้ที่เคยมาเล่นกับแมนยู ก็จะมีคือ

คนที่หนึ่ง ดีเอโก้ ดาโล แบ็กจากทีมปอร์โต้ ซึ่งทุกวันนี้ต้องบอกเลยว่า เป็นการซื้อที่ล้มเหลว เพราะแบ๊กคนนี้ ยังไม่สามารถโชว์ความสามารถโดดเด่นขึ้นมาได้ ซึ่งโซลชา เคยเข็นดันที่ขึ้นไปเล่นปีก แต่ก็ยังไม่เวิรก์ ซึ่งภาพรวมคงยังต้องใช้เวลาพิสูจน์กันอีกพอสมควร ส่วนคนต่อมา

คนที่สอง คือ โจเอล เปเร่ร่า ย้ายมาตั้งแต่อายุสิบหก ตำแหน่งผู้รักษาประตู ซึ่งต้องบอกเลยย้ายมา ก็ไม่มีโอกาสได้โชว์ฝีมือ ซึ่งผู้รักษาประตู มือหนึ่งของแมนยู ก็คือ เดเคอ่า ซึ่งสุดท้ายนักเตะเด็กคนนี้ ก็ย้ายไปสู่สก๊อตแลนด์คือทีม ฮารท์

คนที่สาม ถือว่าเป็นรอยแผลด่างพร้อยของการซื้อนักเตะอย่าง อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั่นคือ เบเบ้ ซึ่งย้ายมาก็ไม่สามารถแจ้งเกิดได้ ถึงขนาดแฟนบอลแมนยูบางคน ยังไม่เคยรู้มาก่อนว่า นักเตะที่ชื่อ เบเบ้ คนนี้ เคยย้ายมาอยู่ แมนยู ซึ่งตอนที่ย้ายมาที่แมนยู ก็เพราะการแนะนำของอดีตผู้ช่วย ของท่านเซอร์ อย่าง เครอซ แต่สุดท้ายพอเอามาจริงๆ แล้วพยายามจะปลุกปั้น นักเตะคนนี้ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเข็นขึ้นมาได้ ซึ่งที่น่าเจ็บใจที่สุดในตอนที่ซื้อนักเตะคนนี้ ท่านเซอร์ เคยมีตัวเลือกในตอนนั้นอีกสองคนก็คือ เอแดน อาร์ซา  กับฮาเมส ซึ่งทำให้ท่านเซอร์เสียใจจนทุกวันนี้

คนที่สอง คือ หลุยส์ น่านี่ ซึ่งตอนย้ายมา เก่งโครตๆ แต่ด้วยความที่พยายามจะทำตัวให้เหมือน คริสติโน่ โรนัลโด้ ก็ทำให้เค้าล้มเหลว เพราะการที่เค้าพยายามเลียนแบบสไตล์โรนัลโด้ จนทำให้ นานี่ เล่นไม่เป็นตัวเองเหมือนตอนย้ายมาใหม่ จึงทำให้เค้าไม่ดังเปรี้ยงเหมือน คริสติโน่ โรนัลโด้

คนสุดท้าย ก็คือ คริสติโน่ โรนัลโด้ ซึงตอนย้ายมา เค้าคือตัวแทนของเดวิด เบ็คแฮม ซึ่งปีแรกที่ย้ายมานั้น ยังไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ แต่ด้วยความพยายามของเค้านั้น และความไว้เนื้อเชื่อใจของตัวอเล็ก เฟอร์กูสัน จึงทำให้ โรนัลโด้ พยายามจนกลายเป็นนักเตะระดับโลก และคว้าแชมป์มากมาย จนถึงได้บังลองดอร์ อีกหนึ่งสมัยที่เล่นกับแมนยู ซึ่งทางตัวโรนัลโด้ ก็เคยออกมากล่าวเองว่า ถ้าตอนนั้น ท่านเซอร์ไม่ให้โอกาสเค้าในการปรับตัว ก็คงไม่มีเค้าในวันนี้

จนล่าสุด มาดูกันว่า บรูโน่ เฟอร์นันเดส ว่าจะเป็นของจริงมั้ย

วิเคราะห์ทีมชาติเบลเยี่ยม

 วิเคราะห์ทีมชาติเบลเยี่ยมในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี 2020

ทีมชาติเบลเยียมหรือทีมปีศาจแดงแห่งยุโรปชุดนี้มีผู้จัดการทีมที่มีชื่อว่า roberto martinez อดีตกุนซือทีมวีแกน ในพรีเมียร์ชิพ ซึ่งเป็นสโมสรสุดท้ายก่อนที่เขาจะมารับงานเป็นกุนซือทีมชาติเบลเยียมและต้องบอกว่านับตั้งแต่ที่ โรเบอร์โต้ มาติเนซ เข้ามาคุมบังเหียนให้กับกองทัพปีศาจแดงชุดนี้ทีมปีศาจแดงหรือทีมชาติเบลเยียมภายใต้การคุมทีมของเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นทีมที่เล่นได้สนุกและเป็นทีมที่ยกระดับเป็น World Class ได้อย่างแท้จริง ซึ่งผลงานในรอบคัดเลือกแบ่งกลุ่มนั้นที่เบลเยี่ยมสามารถเอาชนะคู่แข่งได้ครบทั้ง 10 นัดและทำคะแนนทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างทีมชาติรัสเซียถึง 6 คะแนน

และยังยิงประตูได้ถึง 40 ประตูและเสียเพียงไปแค่ 3 ประตูเท่านั้นต้องบอกว่าผลงานนี้สุดยอดมากๆ จนมาถึงการจับสลากรอบสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นกลางปีนี้ทีมชาติเบลเยียมอยู่สายร่วมกลุ่มเดียวกับ ทีมชาติรัสเซียซึ่งเป็นคู่ปรับเก่าในรอบคัดเลือกแบ่งกลุ่มที่ผ่านมาด้วยและอีก 2 ทีมคือทีมชาติเดนมาร์กและทีมชาติฟินแลนด์หากมองถึงตามศักยภาพนี้ไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับเบลเยี่ยมเพราะรัสเซียก็เคยโดนเบลเยี่ยมตบทั้งไปทั้งกลับในรอบคัดเลือกมาแล้วส่วนเดนมาร์กชุดนี้ก็น่าจะยังไม่เทียบชั้นพอที่จะต่อกรกับเบลเยี่ยมได้ส่วนฟินแลนด์คงไม่ต้องพูดถึง

เพราะศักยภาพนั้นห่างกันพอสมควร ได้บ่อนรับพนันถูกต้องตามกฎหมายของต่างประเทศยกให้ทีมชาติเบลเยี่ยมชุดนี้เป็นอันดับ 2 รองจากทีมอังกฤษแค่ทีมเดียวและตัวผู้เล่นของทีมชาติเบลเยียมชุดนี้มีนักเตะชื่อดังมากมายที่เล่นอยู่ทั่วยุโรปไม่ว่าจะเป็นเควิน เดอบอยนักเตะกองกลางสารพัดประโยชน์จากทีม Manchester City โรมาอู ลูกากู กองหน้าจากทีมอินเตอร์มิลานกองหน้า

และอาเด็น อาซาร์จากทีมรีลมาดริด แยน แฟร์ตอนเก้น ผู้เล่นกองหลังจากทีมสเปอร์สและ อิริก โวดิกี้ กองหน้าจากลิเวอร์พูลทั้งนี้ยังมีรายชื่ออีกมากมายที่เอ่ยชื่อมาทุกคนต้องร้องอ๋อ นั่นก็คือ กูตัวผู้รักษาประตูอดีตของทีมเชลซีซึ่งตอนนี้ย้ายไปหากินกับทีมรีลมา

ดริดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต้องบอกเลยว่าทีมเบลเยี่ยมชุดนี้น่ากลัวทีเดียวและสามารถต่อกรกับทุกทีมที่เข้าร่วมแข่งขันสุดท้ายนี้ได้เกือบทุกทีมเลยทีเดียว และมีโอกาสเป็นอย่างมากที่เราจะเห็นทีมชาติเบลเยียมชุดนี้คว้าแชมป์ฟุตบอลยุโรปที่โรมาเนียนี้ได้เป็นผลสำเร็จ

และมีโอกาสเหลือเกินหลังจากจบฟุตบอลยุโรปครั้งนี้นักเตะทีมชาติเบลเยียมจะได้ย้ายไปอยู่กับสโมสรใหญ่ๆกันอีกหลายคน จากมุมมองของผู้เขียนเชื่อว่าเบลเยี่ยมชุดนี้มีดีพอที่จะเป็นแชมป์แรก และสร้างศรัทธาให้กับแฟนบอลของพวกเขามีความสุขสักที

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุน  ทดลองเล่น gclub